เที่ยวไต้หวันไม่ยากหากอยากไปก็เที่ยวเลย

Taiwan Temples

ในปัจจุบันนี้ประเทศไต้หวันนั้นเป็นเรื่องที่ดีและเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นและเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดที่เราไม่ควรมองข้าม สถานที่ท่องเที่ยวไต้หวันในตอนนี้สามารถที่จะไปเที่ยวได้ง่ายๆโดยที่เราไม่ต้องเดือดร้อนก็ทำได้เช่นกัน

ทุกๆเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่เราควรที่จะต้องหาข้อมูลในการท่องเที่ยวให้ได้ก่อน เรื่องของการท่องเที่ยวนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งเลยที่ไม่มีคนมองข้าม การเที่ยวไต้หวันนั้นเที่ยวได้ง่ายๆไม่ยากหลากหลายสิ่งนั้นเราควรที่จะศึกษาและหาข้อมูลก่อนว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่เราไปเที่ยวนั้นเป็นอย่างไรเที่ยวง่ายไหม เราสามารถที่จะเลือกเที่ยวได้ง่ายๆเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีที่เที่ยวที่เป็นธรรมชาติอย่างหมู่บ้านโบราณจิ๋วเฟิ่น อันนี้เป็นหมู่บ้านที่อยู่ในเมืองนิวไทเป เป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่ร่ำรวยอยู่บนเนินเขา หันหน้าเข้าหาทะเลจึงทำให้เป็นเรื่องที่สวยงามอย่างมากเลย ไม่ค่อยมีใครรู้หรอกว่ามีที่เที่ยวธรรมชาติๆคล้ายกับญี่ปุ่นเลย ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องที่เราควรที่จะให้ความสนใจและใส่ใจอย่างมากที่สุดเลยก็ว่าได้ หมู่บ้านโบราณนี้ส่วนมากจะเต็มไปด้วยร้านอาหารและร้านชาต่างๆเพื่อจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่ไต้หวันแห่งนี้ เรื่องการเที่ยวนั้นเป็นเรื่องที่ดีเพราะว่าคนเราทำงานมาเหนื่อยๆนั้นเราก็จะต้องหาความสุขให้กับตัวเองบ้างโดยความสุขให้กับตัวเองนั้นคนส่วนมากก็จะมาลงด้วยการกิน การเที่ยว ซึ่งทุกอย่างนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดเลยที่ไม่ควรมองข้ามของคนในสมัยนี้

Ximending

นอกจากมาดูที่เที่ยวโบราณๆแล้วเรายังสามารถที่จะมาช้อปปิ้งในแหล่งวัยรุ่นอย่างซีเหมินติงที่เที่ยวนี้มีวัยรุ่นมาเที่ยวเยอะมากเรียกได้ว่าเป็นฮาราจูกุแห่งไทเปเลยด้วยและในย่านนี้ก็เป็นแหล่งกำเนิดของหนุ่มสาวซึ่งก็จะเป็นแหล่งรวมแฟชั่นอีกด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญอย่างมากที่สุดเลยก็ว่าได้

การที่เรามาเที่ยวไต้หวันนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ไม่มีใครหรอกที่อยากจะให้เราเที่ยวอย่างไม่มีความสุข ใครๆก็เลือกที่จะเที่ยวได้อย่างมีความสุขด้วยกันทั้งนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามควรที่จะใส่ใจและเรียนรู้หาข้อมูลของที่ที่เราจะเที่ยวให้ดีที่สุดเพื่อการมาเที่ยวครั้งนี้เราจะได้มีความสุขมากที่สุด

ของหวานที่พลาดไม่ได้เมื่อมาที่ไต้หวัน

น้ำแข็งใสไต้หวัน

ขึ้นชื่อว่าประเทศไต้หวันนั้นถือว่าเป็นประเทศที่ดีอย่างมากเลยเพราะประเทศไต้หวันนั้นจะขึ้นชื่อเรื่องของวีซ่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นและเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ไม่มีใครหรอกที่อยากจะไปเที่ยวแล้วเกิดไม่ได้ไปที่นั่นที่นี่ของประเทศนี้ถ้าไม่ได้ไปก็ถือว่าพลาดอย่างมากเลยทีเดียว

การที่เรามาเที่ยวที่ไต้หวันนั้นนอกจากอาหารจะมีรสชาติที่ดีถูกปากคนไทยแล้วนั้นเรื่องของขนมหวานนั้นก็ถูกปากคนไทยอย่างมากอีกเช่นกัน ทุกๆอย่างนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญและเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดที่เราไม่ควรมองข้ามผ่านเลย อย่างในตอนนี้ขนมหวานที่มีคนนิยมและชื่นชอบที่สุดมีหลายอย่างเราจะคัดมาให้ดูบางส่วนเผื่อคนที่สนใจจะไปกินก็จะได้ไปกินได้อย่างมีความสุขอีกด้วย

น้ำแข็งใสไต้หวันอันนี้จะเป็นที่นิยมกันอย่างมากที่สุดเลยก็ว่าได้เพราะว่าน้ำแข็งใสไต้หวันคนจะนิยมกินกันในช่วงฤดูร้อนซึ่งเป็นฤดูที่ใครๆก็กระหายน้ำอยากที่จะกินแต่น้ำแข็งใสที่นี่จะมีความพิเศษคือเราสามารถที่จะเลือกได้ว่าจะกินน้ำแข็งใสแบบไหนแบบบดละเอียดหรือแบบบดหยาบๆก็ทำได้อีกเช่นกันมีท๊อปปิ้งที่น่าสนใจอยู่หลายอย่างด้วยกันอย่างท๊อปปิ้งผลไม้ก็มีผลไม้จริงที่มีความยอดฮิตกันอยู่ในตอนนี้ซึ่งทุกอย่างนั้นเราก็สามารถที่จะเลือกซื้อเลือกกินได้หลายๆร้านเลยขึ้นอยู่กับความอยากกินของเราด้วย

หลายๆเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่เราควรที่จะใส่ใจและให้ความสนใจกันอย่างมากที่สุด ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องที่เราไม่ควรที่จะมองข้ามควรที่จะให้ความสนใจและใส่ใจอย่างมากที่สุดการเดินเลือกซื้อเสื้อผ้า รองเท้าหรือเดินซื้อสินค้าอื่นๆก็ไม่แพงด้วยนะในไต้หวันเพราะไต้หวันเป็นประเทศที่ใครๆก็อยากที่จะมากันทั้งนั้นเพราะมีเรื่องของความสวยงามที่มากมายให้เราได้เลือกชมกันด้วย

ทุกๆอย่างที่เรามาไต้หวันนั้นจะไม่ใช่เรื่องยากเลยหากเรามีความตั้งใจที่มากพอที่จะมาเราก็หาข้อมูลมาคร่าวๆหรือแลกเงินมาคร่าวๆเพียงเท่านี้ก็จะทำให้ชีวิตของเรานั้นมีความเป้นอยู่ที่ดีมากขึ้นอีกก็เป็นได้ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่เก่งและเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากที่สุดเลยการวางแผนเที่ยวไว้ก่อนนั้นจะเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเลยทีเดียว การมาเที่ยวนั้นก็ถือว่าเป็นการพักผ่อนที่ดีอย่างหนึ่งอีกด้วย

มาไต้หวันต้องไม่พลาดกับสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต

Taipei 101

ขึ้นชื่อว่าสถานที่ท่องเที่ยวในปัจจุบันนี้ประเทศไต้หวันนั้นเป็นประเทศที่มีคนไปท่องเที่ยวมากที่สุดเลยก็ว่าได้เพราะประเทศนี้จะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งช้อปปิ้งและมีของกินที่มากมายหลากหลายอย่างด้วยกันเลยจนทำให้เราเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียวว่าเราอยากจะไปเที่ยวที่ไหนกันแน่

อย่างสถานที่ท่องเที่ยวที่ไต้หวันนั้นที่มีคนนิยมเที่ยวกันก็จะเป็นนครไทเปนั่นเอง นครไทยเปก็คือเมืองหลวงของไต้หวันที่อยู่ทางเหนือของเกาะไต้หวันและนอกจากนี้นครไทเปเป็นเมืองขนาดเล็กที่เป็นเมืองที่สะอาด น่าอยู่อย่างมากไม่แพ้กับญี่ปุ่นเลยทีเดียวและในตอนนี้การเดินทางมาเที่ยวที่ประเทศไต้หวันนั้นไม่ยากเลย

ในตอนนี้มีสายการบินที่บินตรงมาไต้หวันและราคาไม่แพงก็สามารถที่จะบินมาเที่ยวได้ในระยะเวลาสั้นๆที่ประเทศนี้จะฟรีวีซ่าซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากที่สุดเลย ใครๆก็บอกว่ามาเที่ยวไทเปแล้วมีอะไร ดูแล้วไม่ค่อยจะมีอะไรเที่ยวเลยขอบอกเลยว่าการที่มาประเทศไต้หวันนั้นมีทั้งของกินเด็ดๆอย่างชานมไข่มุกที่นิยมฮอตฮิตมากที่สุดกับพวกของกินหรือไหว้พระขอพรกันก็มีครบหมดเลยที่ไต้หวัน

ส่วนที่ประเทศไต้หวันนั้นที่ท่องเที่ยวที่มีคนไปเที่ยวมากเลยก็จะเป็นการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติกู้กงเป็นการให้ชมงานศิลปะโบราณของจีนซึ่งอันนี้จะเน้นดูถึงของโบราณที่มีอายุมากกว่า8,000ปีมาแล้วด้วยถือว่าเป็นที่ที่น่าไปดูเพื่อเป็นประสบการณ์ในชีวิตเลยทีเดียว

น้ำพุร้อนเป่ยโถวก็เป็นที่น่าท่องเที่ยวอีกเช่นกันหากเราไปเที่ยวไต้หวันที่ที่ได้แนะนำไปนั้นไม่ควรพลาดเลยเราควรที่จะไปเที่ยวกันอย่างมีความสุขอีกด้วย

ตึกไทเป101 อันนี้เป็นตึกใหญ่ตั้งสูงอยู่ใจกลางเมืองไทเป ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์คล้ายปล้องไม้ไผ่ที่มีทั้งหมด 8 ปล้อง ไต้หวัน ตึกไทเป 101  มี106ชั้น มีความสูงถึง 508 เมตร โดยชั้น 89 จะเป็นจุดชมวิวที่จะต้องซื้อตั๋วเข้าชมจากชั้นล่างของตึก ลิฟท์ก็จะนำพาคุณมาถึงยังชั้นชมวิวอย่างรวดเร็ว และถ้าหากมาไต้หวันแล้วไม่ได้ลองขึ้นตึกไทเปหรือมาถ่ายรูปกับตึกนี้ถือว่าพลาดอย่างมากเลยเพราะว่าอันนี้เป็นจุดที่สำคัญของประเทศไต้หวันเลยก็ว่าได้

จะสังเกตได้ว่าเวลานักท่องเที่ยวมาเที่ยวนั้นก็เป็นเรื่องที่ต้องบอกต่อๆกันให้มาถ่ายรูปกับตึกไทเปนี้อีกด้วย การเที่ยวไต้หวันนั้นในปัจจุบันนี้ง่ายมากๆเพราะตัดเรื่องของวีซ่าออกไปก็เที่ยวได้รวดเร็วทันใจเช่นกัน

ไต้หวันประเทศที่สวยงามราวญี่ปุ่น

Taiwan

ในปัจจุบันนี้การท่องเที่ยวเข้ามามีบทบาทที่สำคัญอย่างมากที่สุดสำหรับใครหลายๆคนอย่างมากเลยทุกๆสิ่งทุกๆอย่างนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมากที่สุดที่เราไม่ควรมองข้ามเลยประเทศไต้หวันในปัจจุบันนี้สามารถเข้าไปท่องเที่ยวได้ง่ายกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยเพราะว่าเป็นประเทศที่อยู่ในเขตอาเซียนและฟรีวีซ่าเพราะหากใครไม่ได้มาเที่ยวนานการขอวีซ่าก็ไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งเลย

การเที่ยวที่ไต้หวันนั้นในปัจจุบันนี้ทุกๆอย่างนั้นเป็นเรื่องที่เราควรที่จะให้ความสนใจและความใส่ใจอย่างมากที่สุดเลยก็เป็นได้ การเที่ยวไต้หวันนั้นมีที่เที่ยวมากกว่า10ที่เลยแล้วในแต่ละเมืองก็มีความสงบและที่เที่ยวที่แตกต่างกันออกไปอย่างในปัจจุบันนี้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวนั้นส่วนมากจะเลือกที่จะกินมากกว่าช้อปปิ้ง

ไต้หวันประเทศที่สวยงาม

การกินนั้นแหละที่จะทำให้คนมีความสุขและยิ่งในตอนนี้ประเทศไต้หวันนั้นดังเรื่องชานมไข่มุกอันนี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากที่สุดเลยที่เราไม่ควรมองข้าม ทุกๆเรื่องนั้นเราควรที่จะต้องใส่ใจอย่างมากเลยไม่มีใครหรอกที่จะไม่อยากเที่ยวเชื่อว่าหลายๆคนก็ใฝ่ฝันอยากจะมาเที่ยวที่นี่เที่ยวที่ดีๆด้วยกันทั้งนั้น

อย่างสถานที่ท่องเที่ยวในปัจจุบันนี้นั้นมีมากมายหลากหลายที่เลยไม่มีใครหรอกที่ไม่อยากเที่ยวที่สวยๆบินมาครั้งหนึ่งค่าเครื่องบินเสียไปตั้งเท่าไหร่เราก็ควรที่จะเลือกมาเที่ยวและมาพักผ่อนให้คุ้มค่ามากที่สุดอีกด้วย หลากหลายเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นและเป็นเรื่องที่เราควรที่จะใส่ใจกันอย่างมากที่สุดเลย

ในการท่องเที่ยวที่ไต้หวันนั้นที่เด่นๆเลยก็เป็นตึกไทเปไต้หวันเพราะตึกไทเปไต้หวันนั้นถ้าใครมาเที่ยวแล้วไม่ได้ไปถ่ายรูปก็ถือว่ามาไม่ถึง ทุกๆอย่างนั้นล้วนแต่เป็นเรื่องที่เราควรที่จะให้ความสำคัญและความสนใจอย่างมากที่สุดเลยในตอนนี้การท่องเที่ยวเข้ามามีบทบาทที่สำคัญอย่างมากเลยที่จะทำให้เราได้เที่ยวอย่างมีความสุขแม้คนที่ทำงานเงินเดือนน้อยก็สามารถที่จะไปเที่ยวได้ ไม่ต้องขอวีซ่าให้ยุ่งยาก

สถานที่เที่ยวที่ไต้หวันนั้นนอกจากตึกไทเปแล้วก็ยังมีทะเลสาบสุริยันจันทราให้เราได้ไปเที่ยวชมธรรมชาติกันได้อีกด้วยจะเห็นได้ว่าทุกๆอย่างทุกๆเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดที่เราต้องหาข้อมูลมาก่อนหากเราไม่มีข้อมูลก็อาจจะทำให้การเที่ยวของเรานั้นมีความลำบากมากยิ่งขึ้นไปอีกด้วย

การมาเที่ยวไต้หวันนั้นก็ควรมาเที่ยวช่วงที่ไม่ร้อนมากเกินไปควรเที่ยวช่วงหน้าหนาวเพื่อที่หน้าหนาวนั้นก็จะทำให้เราเย็นสบายเที่ยวได้อย่างมีความสุขอีกด้วย

ข้อควรรู้เมื่อต้องซื้อเครื่องนอนออนไลน์

ยุคสมัยนี้เป็นยุคของความสะดวกและรวดเร็ว การใช้สื่อทางออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ความบันเทิง การจับจ่ายใช้สอย การช้อปปิ้งสินค้าต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ ดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่มาแรงเป็นอันดับหนึ่ง  เพราะเราไม่ต้องเสียเวลาออกจากบ้าน แต่การซื้อของทางออนไลน์บางอย่างก็ไม่ค่อยจะเป็นผลดีค่ะ

เราไม่ได้สัมผัสสินค้าโดยตรง ดังนั้นการประเมินว่าสินค้านั้นดีหรือไม่ก็อาจจะทำได้ไม่ค่อยเต็มที่นัก โดยเฉพาะเรื่องของสินค้าที่ต้องใช้การสัมผัส หรือทดลองใส่ อย่างเช่น เครื่องนอนต่าง ๆที่ตอนนี้ก็ใช้ช่องทาง เป็นการขายเครื่องนอนออนไลน์ และเพื่อความมั่นใจในการเลือกซื้อ เครื่องนอนต่างๆ เรามาดูกันค่ะว่าเราจะต้องรู้อะไรบ้าง เพื่อให้การช้อปปิ้งของเราง่าย และได้ของดีมีคุณภาพ

ขนาดของเตียง

สิ่งแรกที่เราต้องรู้คือ ขนาดของเตียง ที่เราใช้ และก่อนเลือกซื้อเราต้องวัดขนาดเตียงก่อนทุกครั้ง  เพราะขนาดของผ้าปูที่นอนก็ย่อมมีขนาดที่แตกต่างกันไปตามแหล่งผลิตแต่ละที่เรียกว่าได้มาตรฐานของตัวเอง แทนที่จะเป็นมาตรฐานสากล นั่นเองค่ะ ดังนั้นเราจึงต้องเลือกที่จะมีข้อมูลทุกอย่างให้พร้อม และอย่าวางใจกับขนาดผ้าปูที่ระบุมาข้างกล่องนัก เพราะบางทีอาจจะไม่ตรงกับขนาดเตียงของเราจริงๆ ก็ได้ ดังนั้น เราควรพิจารณาให้ดีก่อนการเลือกซื้อค่ะว่า ความกว้างความยาวความสูงของผ้าปูที่เราจะซื้อมีขนาดเท่าไหร่ เข้ากับที่นอนของเราหรือไม่ เป็นต้น

เครื่องนอนออนไลน์

สีและลวดลาย

ส่วนที่สองคือ การเลือกสีและลวดลาย  เนื่องจากในโลกออนไลน์มีรูปแบบของงานที่หลากหลาย สิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญคือ สีหรือลายที่เห็นในภาพ เป็นงานจริงหรือไม่ เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว เราอาจจะได้ผ้าปูสีที่เพี๊ยนไปจากที่เราเห็นในภาพก็ได้ค่ะ และที่สำคัญ ควรเลือกสีผ้าปูที่นอนที่เข้ากับห้องของเรา และเป็นสีโทนเย็น จะช่วยทำให้หลับสบายขึ้น

วัตถุดิบเครื่องนอน

วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตชั้นงานนั้นๆ ทำมาจากอะไร และแต่ละอย่างมีคุณสมบัติเป็นอย่างไร เช่น เส้นใยที่ใช้ทอ ทำมาจากเส้นใยธรรมชาติ 100% หรือไม่ เช่น ผ้าฝ้าย หรือผ้าใยไผ่ เป็นต้น หรือเป็นเส้นใยสังเคราะห์ หรือเส้นใยผสม เพราะแต่ละอย่างก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปนั่นเองค่ะ

 

การตัดเย็บและคุณภาพ

คุณภาพของผาปูที่นอน หรือปลอดหมอน เราสามารถตรวจสอบได้จากจำนวนเส้นใยที่ใช้ในการทอ ซึ่งจำนวนเส้นใยนี้ จะบอกจำนวนเส้นด้ายที่ทอขึ้นเป็นผืนผ้า  หนึ่งตารางนิ้ว โดยส่วนใหญ่จะมีเส้นด้ายอยู่ที่ประมาณ 180-300 เส้น จะเป็นจำนวนที่ทำให้ผ้ามีความหนานุ่มขึ้นนั่นเองค่ะ

source : mattresscity.co.th

การคมนาคมในประเทศไต้หวัน

ไต้หวันเป็นหนึ่งในประเทศที่นักท่องเที่ยวต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามีความสะดวกสบายในการเดินทาง มีความปลอดภัย  มีประสิทธิภาพและตรงเวลา การใช้รถบัสหรือรถไฟสำหรับการเดินทางภายในเมืองใหญ่เป็นสิ่งที่นิยมกันมาก  ส่วนเที่ยวบินในประเทศนิยมใช้สำหรับการเดินทางไปทางฝั่งตะวันออกหรือเมืองที่ตั้งอยู่นอกเกาะ เพื่อให้การเดินทางใน ไต้หวันสะดวกมากขึ้น เรามารู้จักกับการคมนาครูปแบบต่างๆของประเทศไต้หวันกันเลย

เริ่มต้นกันที่ การคมนาคมด้วย รถไฟความเร็วสูง หรือที่เรียกว่า Taiwan High Speed Rail  (HSR)วิ่งระหว่างสถานีไทเปและสถานีโซวหยิง รวมระยะทาง 345 กิโลเมตร นับจากทางตอนใต้ของเมืองเกาสง หากที่ท่านที่ต้องการสัญจรด้วยรถไฟความเร็วสูง ความเร็วในการเคลื่อนที่สูงสุด 300 กิโมเมตรต่อชั่วโมง  รถไฟทุกขบวนจะจอดที่เมืองบันเคียวและเมือไตชุง มีบางขบวนอาจจอดที่เมืองเตาหยวน ฮินชู ไต้หนาน และเจียยี่  สามารถหาข้อมูลการเดินทาง  เพิ่มเติมได้ที่ http://www.thsrc.com.tw  และสามารถซื้อบัตรโดยสารรถไฟความเร็วสูงทั้งแบบรายวันหรือล่วงหน้าได้ที่ เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรหรือเครื่องจำหน่ายบัตร

taiwan-train-travel

สำหรับการเดินทางไปยังเมืองต่างๆของ ไต้หวัน ทั้งบนฝั่งตะวันตกและตะวันออก สามารถเดินทางด้วย รถไฟแห่งประเทศไต้หวัน (TRA)  ราคาค่าตั๋วค่อนข้างประหยัด  หากต้องการชมบรรยากาศความสวยงามของไต้หวัน สามารถเลือกเดือนทางด้วย เส้นทางรถไฟสายผิงซีซึ่งเป็นรถไฟสายชมวิวอยู่ใกล้กับไทเป ท่านจะได้มุมมองของไต้หวันในอีกรูปแบบหนึ่ง  นอกจากนี้ ยังมี เส้นทางรถไฟสายด่วน  ซึ่งเหมาะแก่การท่องเที่ยวในไทเปหรือเกาสง ส่วนมากเป็นเส้นทางรถไฟใต้ดิน แผนที่สัญลักษณ์มีการใช้ภาษาอังกฤษ ในการบอกเส้นทางอย่างละเอียด และการเดินทางแสนสะดวกสบายในไต้หวันจะมากขึ้นไปอีกหากคุณโหลด Application ที่ช่วยในเรื่องการเดินทาง เช่น          Transit by NAVITIME  ซึ่งครอบคลุมการบอกเส้นทางการเดินทางด้วย MRT, TRA และ THSR

สำหรับการเดินทางในเมืองไทเป  มีรถไฟใต้ดินของไทเป เรียกว่า  MRT  มีทั้งหมด 5 สาย ในเขตตัวเมืองจะวิ่งอยู่ใต้ดิน แต่มีที่วิ่งบนดินด้วยเช่นกัน  ให้บริการตั้งแต่เวลาประมาณ 06:00-24:00   และท่านสามารถใช้ รถบัสสาธารณะที่มีราคาที่ถูกกว่ารถไฟใต้ดิน MRT  รถบัสจัดเป็นบริการขนส่งสาธารณะที่มีเครือข่ายครอบคลุมไปทุก โดยราคารถบัสจะคิดตามโซนที่นั่งซึ่งจะมีทั้งหมด 3 โซน เริ่มต้นที่โซนละ 15  NT$    30  และ 45 NT$     ทั้งรถไฟใต้ดินและรถบัสสามารถชำระเงินได้ทั้งเงินสดและบัตร EasyCard หรือ หากต้องการความสะดวกสามารถ โดยสารรถแท็กซี่ในไทเป ซึ่งเป็นระบบมิเตอร์คิดค่าบริการครั้งแรก 1.25 กิโลเมตร เริ่มที่ 70  NT$

อีกหนึ่งการคมนาคมที่ไม่อยากให้คุณพลาดคือ การใช้จักรยานในไทเป  ซึ่งเป็นเมืองที่มีฉายาว่าเป็นเมืองแห่งจักรยาน โดยสามารถใช้บริการเช่าจักรยานที่ชื่อว่า YouBike ที่มีบริการที่สถานีรถไฟใต้ดินหรือสถานที่ท่องเที่ยว กว่า 150 จุดทั่วไทเป  สามารถใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถยืมจากจุดหนึ่งแล้วปั่นไปคืนยังอีกจุดหนึ่งได้ด้วยเพื่อความสะดวก   มีเลนสำหรับจักรยาน และเส้นทางปั่นจักรยานชมวิวที่น่าสนใจมากมาย ค่าบริการ เริ่มต้นเพียง 5  NT$ สำหรับ 30 นาทีแรก  เพื่อความสะดวกมากขึ้นสามารถโหลด Application ชื่อว่า Taipei Map and Walks ที่จะบอกจุดสถานที่น่าสนใจทั่วทั้งไทเป

อาหารที่ต้องลองในไต้หวัน

เคยได้ยินไหมค่ะที่เขาว่ากันว่า ไต้หวัน คือ ญี่ปุ่น ที่ถูกกว่า !!! เพราะว่าบ้านเมืองแสนน่ารัก ผู้คนอัธยาศัยดี สถานที่ท่องเที่ยวน่าไป ของฝากน่านัก ออกแนว Cute Cute และแน่นอนว่าของกินนั้นติดอันดับมากๆ  เราจะเห็นได้ว่ามีอาหารและขนมมากมายที่บอกว่ามีต้นตำรับมาจากไต้หวัน  ที่คุ้นๆหเราก็คือ ชานมไข่มุกนั่นเอง แต่ดินแดนแห่งนี้ยังมีอาหารที่เมื่อไปถึงคุณต้องไปลองอีกมากมาย และก็มีหลากหลายรูปแบบด้วยสิ แนว Street Food อาหารข้างทาง ในแบบที่เราคุ้นตาขายตามตลาดกลางคืน เหมือนกับบ้านเราก็มีไม่น้อย  และยังมีร้านอาหารที่ต้องร้องว้าว !! เพราะได้รับการการันตีด้วย  Michelin Star อย่าให้เสียเวลามาดูกันเลย ว่าไปไต้หวัน แล้ว คุณควรจะหวั่นไหวกันอาหารอะไรบ้าง

Ah Zong Mian Xian

หากคุณได้ไปตะลุยตลาดกลางคืนของไต้หวันรับรองว่าจะต้องกลับมาแบบพุงกลาง อยากแรกที่อยากแนะนำเพื่อการรองท้องเบาๆ คือ เกี๊ยวซ่า มีขายอยู่ทั่วไปในไต้หวัน ราคาไม่แพงมาก สามารถกินได้แบบร้อนๆ เคี้ยวอร่อยใส่รสชาติดี แป้งบางกรอบ ไม่มีร้านแนะนำเป็นพิเศษมองดูเลยร้านไหนคนต่อคิวเยอะๆก็จัดไป อีกหนึ่งของกินเล่นที่ทำให้รู้ว่าคุณมาถึงไต้หวันแล้วก็คือ เต้าหู้เหม็น  เป็นเต้าหู้หมักที่มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ มีทั้งแบบย่างและแบบทอด มีน้ำจิ้มรสกลมกล่อม แนะนำไปกินที่  ถนนโบราณเชงเคิง (Shenkeng Old Street) เป็นย่านขึ้นชื่อของอาหารชนิดนี้  หรือที่อาจดูแปลกแต่ไม่ควรพลาดที่จะลองคือ ไข่ต้มใบชา โดยเขาจะทุบให้เปลือกแตกเล็กน้อยนำไปใบชาและสมุนไพรบางชนิดมาห่อแล้วไข่หลังจากที่ไข่สุกจะมีรสชาติอร่อยแตกต่างจากไข่ทั่วไป

ต่อกันที่ บะหมี่อาจง (Ah Zong Mian Xian)  อาจจะเรียกว่าเป็นกิมมิคที่เรียกลูกค้าได้ดีหรืออย่างไรไม่ทราบ เพราะถึงจะไม่มีโต๊ะและเก้าอี้ให้นั่ง แต่ก็มีทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่อคิวกันยาว และยืนถือถ้วยและตะเกียบคืบกินหมี่ซั่วที่มาพร้อมกับน้ำซุปเข้มข้นและไส้หมูที่เหนียวนุ่มกันอย่างอร่อย  ใครอยากลองไปได้ที่ Emei Street

ถ้าบะหมี่คนเยอะจนรอไม่ไหว ก็ให้ไปลอง โอเด้งสไตล์ไต้หวัน (Tian Bu La)  ที่มีความแตกต่างเพราะเส้นมีเนื้อแน่น เคี้ยวหนึบเผ็ด มีรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกันไป ทำมาจากเนื้อปลาบดแล้วนำไปทอดทีเด็ดอยู่ที่ซอสสูตรพิเศษของแต่ละร้าน ร้านที่ขึ้นชื่ออยู่ที่ ตลาดกลางคืนจีหลง ตั้งอยู่ที่ถนน Rensan Road

ใครอยากจัดเต็มเป็นมือใหญ่ กินกันหลายคนได้สังสรรค์เฮฮา ต้องไปกิน ชาบูหม่าล่าที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศหลายชนิด ความเผ็ดที่ปลายลิ้น คือเอกลักษณ์ที่คุณจะไม่ลืม หากอยากลองไปได้ที่ร้านแนะนำคือ  Mala Yuanyang Hotpot

ของคาวผ่านไปแล้วก็ต้องมาต่อที่ของหวาน เพราะที่นี่คือเมืองแห่งขนมหวานและเครื่องดื่มอันดับต้นๆเลยทีเดียว   อย่าง บัวลอยไต้หวัน ชานมไข่มุกแบบดั้งเดิม  ไอศกรีมถั่วใส่ผักชีที่เมืองโบราณอย่างจิ่วเฟิ่น (Jiufen)  อีกอย่างคือ พายสับปะรด ที่เป็นของฝากขึ้นชื่อของไต้หวัน

ระบบการศึกษาในประเทศไต้หวัน

ปัจจุบันนี้การคนส่วนใหญ่มักจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับการศึกษามากขึ้น เพราะการศึกษานำพาอนาคตที่ดีสำหรับคนในครอบครัวได้ ฉะนั้นก็ยังมีการสนับสนุนให้ลูกหลานเรียนสูงๆ เพื่อกลับมาดูแลคนในครอบครัวในภายหลังได้ ซึ่งการศึกษาของแต่ละประเทศก็มักจะมีความคล้ายคลึงกัน ไม่เว้นแม้แต่การศึกษาในประเทศไต้หวันก็ตาม

ระบบการศึกษาในประเทศไต้หวันนั้น ถือว่า  ค่อนข้างจะได้รับชื่อเสียงในเรื่องของวิทยาการสมัยใหม่ที่ถือว่าเป็นประเทศที่ติดอันดับ1 ในด้านคณิตศาสตร์ที่ถือว่าดีที่สุดในโลกเลยทีเดียว อีกอย่างหนึ่งคนในประเทศยังมีประสิทธิภาพ และขึ้นชื่อในเรื่องของประชากรที่รักการอ่านอีกด้วย เพราะฉะนั้นรัฐบาลจึงเร่งสร้างโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ ศึกษาค้นคว้า และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการอ่านก็จะได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างมาก จนบางครั้งก็อาจจะถูกวิจารณ์บ้างว่า นักเรียนที่เรียนโรงเรียนในไต้หวันนี้ อาจจะไม่ได้รับอิสระทางความคิดทำให้ไม่สามารถที่จะคิดได้ด้วยตนเอง แต่เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยไต้หวัน ก็จะได้รับอิสระในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นด้วย ทำให้นักศึกษาเหล่านั้นรู้จักการวางแผนการทำงานเมื่อจบการศึกษานั่นเอง

taiwan

เมื่อเปรียบเทียบระบบการศึกษาของประเทศไต้หวันกับประเทศไทย ก็จะมีส่วนที่คล้ายคลึงกันอยู่ และยังคล้ายกับประเทศในแถบเอเชียอีกด้วย โดยระดับการศึกษานั้นจะเริ่มตั้งแต่ ระดับประถมอยู่ที่ 6 ปี และเมื่อจบโรงเรียนประถม ก็จะต่อด้วยมัธยมต้น 3 ปี หรือที่ไต้หวันจะเรียกว่า Junior High School   เมื่อจบมัธยมต้น ก็จะสามารถเลือกได้ว่าจะเรียนต่อสายสามัญหรือสายอาชีพ หากเรียนสายสามัญก็ต่อมัธยมปลาย ส่วนสายอาชีพก็แตกต่างกันไป ซึ่งก็จะเรียน 3 ปีเท่ากัน ส่วนระดับปริญญาตรีนั้น จะใช้ระยะเวลาในการศึกษาตั้งแต่ 2 – 4 ปีขึ้นอยู่กับว่าจะเรียนภาคปกติหรือภาคพิเศษ และระดับปริญญาโท ก็จะอยู่ที่ 1 – 4 ปีขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่จะเรียนนั่นเอง จะเห็นได้ว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการศึกษาในประเทศไทย ก็จะเห็นว่ามีความคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก แต่สิ่งที่อาจจะแตกต่างกันก็คงจะเป็นเรื่องของหลักสูตรที่มีอยู่ทำให้แตกต่างกันได้

การศึกษาไม่ว่าจะเป็นระดับใดก็ตาม หากได้รับการดูแลเอาใจใส่จากผู้ใหญ่ ก็จะเห็นได้ว่า ประเทศนั้นๆ มักจะมีการพัฒนาในเรื่องของระบบการศึกษาที่ก้าวไกลและรวดเร็วเป็นอย่างมาก หากลองเปรียบเทียบกับประเทศที่ล้าหลัง ก็จะรู้ว่าประเทศเหล่านั้นขาดการพัฒนาในระบบการศึกษาเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นหากคุณสนใจที่จะศึกษาระบบการศึกษาในประเทศไต้หวัน เพื่อใช้ในการเรียนต่อ ก็สามารถที่จะตัดสินใจไปเรียนได้โดยไม่ต้องลังเลใจเลย เพราะประเทศนี้ขึ้นชื่อเรื่องการศึกษาที่มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไต้หวัน

วันหยุดพักผ่อน ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของคนทำงาน เพราะเมื่อมีวันหยุดยาวก็มักจะหาสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ และรีบูทตัวให้ให้สามารถกลับมาทำงานต่อไปอีกครั้ง และคนส่วนใหญ่จะเลือกไปเที่ยวต่างประเทศ เพราะนอกจาก จะได้พักผ่อนแล้วยังได้ชื่นชมบรรยากาศที่ยังไม่เคยพบมาก่อน ถือเป็นการเปิดประสบการณ์แนวใหม่ไปในตัวด้วย และประเทศที่ไม่ไกลจากบ้านเราที่คนส่วนใหญ่มักจะนิยมไปเที่ยวนั้นก็คือ ประเทศไต้หวัน
เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไต้หวันนั้นมีอยู่มากมาย เราจึงอยากแนะนำแหล่งท่องเที่ยวที่คุณควรไปหาไปเยือนประเทศไต้หวัน ซึ่งเราจะแนะนำให้คุณ 4 สถานที่ที่ควรไปหากได้ไปเยือน

taipe 101
1. ไทเป 101 เป็นสถานที่หนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเมื่อนักท่องเที่ยวไปเที่ยวประเทศไต้หวัน เพราะที่แห่งนี้นั้นเป็นสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยและสูงสง่าอยู่ในย่านซินยี ณ กรุงไทเป ซึ่งหากคุณได้ไปสถานที่แห่งนี้ก็จะมีสถาปัตยกรรมที่เหมาะแก่การถ่ายรูป แถมยังมีแหล่งชอปปิ้งอีกด้วย และยิ่งเป็นเวลากลางคืนก็จะสามารถชื่นชมกับแสงสียามค่ำคืนอีกด้วย

Jiufen
2. จิ่วเฟิ่น สถานที่ท่องเที่ยวสำหรับคนที่อยากพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งที่แห่งนี้จะเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์โบราณ แถมยังมีบ่อน้ำร้อน และน้ำตกให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย ถือว่าได้เที่ยวที่เดียวได้สัมผัสการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติถึงหลายรูปแบบ

Taiwan
3. ซีเหมินติง ย่านชอปปิ้งแห่งหนึ่งของเหล่าวัยรุ่นที่มักจะไปกัน เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งรวมแฟชั่นของหนุ่มสาวชาวไทเป เรียกได้ว่าเป็นฮาราจุกุแห่งไทเปเลยก็ว่าได้ ซึ่งสถานที่แห่งนี้นั้นมีแหล่งรวมเสื้อผ้า ร้านขนม และร้านอาหารต่างๆ มากมายให้เลือกสรร

taiwan
4. วัดหลงซาน วัดหนึ่งที่เป็นที่นิยมของชาวไทเป และเมื่อนักท่องเที่ยวไปประเทศนี้ไกด์ก็ย่อมที่จะแนะนำให้ไปสถานที่แห่งนี้เพื่อสักการะเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไต้หวัน นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปตามสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่สวยเป็นอย่างมาก

taiwan
5. หมู่บ้านวัฒนธรรม อะบอริจิน ฟอร์โมซาน (Formosan Aboriginal Culture Village) เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความสงบ และน่าไปเที่ยวเป็นอย่างมาก ซึ่งสถานที่นี้มีสวนสนุก และยังมีสถาปัตยกรรมมากมายให้นักท่องเที่ยวไปพักผ่อน และถ่ายรูป นอกจากนั้นก็ยังมีเครื่องเล่นให้นักท่องเที่ยวได้เล่นกันอย่างสนุกสนานอีกด้วย ถือเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่วัยรุ่นส่วนใหญ่มักจะไปกัน
จากสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไต้หวันที่เราอยากแนะนำให้คนที่ไปเที่ยวประเทศนี้ได้ลองไปเยือนดูสักครั้งเพื่อที่จะซึมซับวัฒนธรรมของคนในประเทศ แถมยังได้พักผ่อนหย่อนใจไปในตัวด้วย

เล่นดนตรีช่วยผ่อนคลายเครียดไหม

สำหรับคนที่ชื่นชอบดนตรีแล้ว แน่นอนว่าจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าดนตรีนั้นช่วยบำบัดความเครียดได้ดีเชียวแหละ ดังนั้นมาเริ่มสร้างบรรยากาศให้ชีวิตประจำวันของเราให้ไม่เครียด และสดใสด้วยเสียงดนตรีเบาๆ ภายในบ้าน ที่ทำงาน หรือแม้แต่ในรถกันระหว่างขับรถไปทำงานในตอนเช้า เปิดวิทยุฟังดีเจเลือกสรรเพลงเพราะๆใ ห้ฟัง หรือกลับบ้านมาเหนื่อยๆ ฟังเพลงโปรดคลายอารมณ์เสียหน่อย หากมีฝีไม้ลายมือเล่นดนตรีกล่อมตัวเอง ก็เกิดสุนทรีทางอารมณ์ได้เช่นกัน นี่คือการหาทางออกเพื่อผ่อนคลายอย่างง่ายๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องร่ำเรียนวิชาใดๆ มาเพราะดนตรีมีคุณค่าทางจิตใจ แค่ได้ยินเสียงดนตรีเพราะๆ ทำให้ผู้ฟังเกิดความสบายใจเพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรีได้ จึงมีการนำดนตรีมาใช้บำบัดจิตใจในระดับลึกซึ้งไปกว่าการฟังเพลงธรรมดาทั่วๆ ไป เราจึงต้องพบปะพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ ว่าเขาคิดค้นหาวิธีการนำดนตรีมาคลายเครียดอย่างไรกันบ้าง

โดยอ.ดุษฎี พนมยงค์ ที่คลุกคลีอยู่ในงานด้านดนตรีมากว่า 30ปี ใช้ดนตรีช่วยพัฒนาจิตใจให้คลายจากความเครียด ด้วยหลักสูตร ลมหายใจ ดนตรี ชีวิต อบรมที่สถาบันปรีดีพนมยงค์ หรือบุคคล หน่วยงานทั่วไป ติดต่อเชิญไปอบรมนอกสถานที่ ซึ่งหลักสูตรนี้อ.ดุษฎี บอกว่า เป็นหลักสูตรที่ร่วมกับทีมงานคิดค้นขึ้นมาเป็นครูสอนดนตรีมาหลายสิบปี ได้สั่งสมความรู้ ศาสตร์และศิลป์ด้านดนตรี พอมีโอกาสเข้าไปคลุกคลีกับมูลนิธิคุ้มครองเด็ก บ้านดูแลเด็ก บ้านปราณี ได้นำดนตรีและสอนการร้องเพลงให้กับเด็ก ปรากฏว่าพฤติกรรมของเด็กเปลี่ยนไปในทางที่ดี จุดนี้เองที่ทำให้คิดค้นเป็นหลักสูตรขึ้นมา นำการร้องเพลง ร่วมกับการทำสมาธิ การที่เคยเป็นนักยิมนาสติก มีส่วนทำให้เราเห็นความสำคัญของการเคลื่อนไหวร่างกาย ดึงมาเป็นส่วนประกอบหนึ่งของหลักสูตร บวกการใช้จินตนาการ เราใช้วิธีคิดง่ายๆ อย่างมีเหตุผล เพื่อสร้างกระบวนการขึ้นมา

นอกจากนี้ยังได้อธิบายให้ฟังว่าหากจะคลายเครียด ต้องเลือกฟังดนตรีที่มีคุณภาพ เพราะดนตรีเปรียบเหมือนอาหาร มีทั้งที่มีคุณภาพและเป็นขยะ การฟังดนตรีไม่มีคุณภาพจะไม่เกิดประโยชน์ต่อการบำบัดจิตใจดนตรีที่มีคุณภาพนั้นจะต้องมีท่วงทำนองสูงต่ำไพเราะ จังหวะของดนตรีถ้าช้าต้องช้าให้สม่ำเสมอ หรือเร็วก็ต้องเร็วสม่ำเสมอ ไม่ใช่เดี๋ยวช้าเดี๋ยวเร็ว เพราะหัวใจของเราจะตามจังหวะของเสียงดนตรี เนื้อร้องต้องสร้างสรรค์ ไม่ส่งเสริมไปในทางผิด หรือทำให้ท้อแท้สิ้นหวัง และต้องมีการประสานเสียงที่กลมกลืนถ้ามีดนตรีมากกว่าหนึ่งเสียง และระดับเสียงที่ช่วยให้ผ่อนคลายก็คือไม่ดังมากเกินไป ราวๆ 40-50เดซิเบลก็เพียงพอแล้ว เพราะเป็นระดับที่ฟังแล้วสบายใจผ่อนคลาย